 |
bear-trip with japan rail pass 29.05.06 -04.06.06
Chapter 1 Tokyo to Furano
บังเอิญโชคดีได้อภินันทนาการตั๋ว Japan Rail Pass และ Budget 70000 เยน
ให้ไปท่องเที่ยวโดยบริการจากการรถไฟ JR ตั๋ว Japan Rail Pass เป็นตั๋วจำกัดระยะเวลา
ของเราเป็นเวลา 7 วัน ที่สามารถนั่งรถไฟ รถบัส และอาจแถมเรือ Ferry สาย JR
( แต่ควรจะเช็คให้ดีก่อน) Plan การเดินทางของเราเป็นแบบหยาบๆ อยากจะไปขึ้นเหนือไปแตะเกาะ Hokkaido เสียหน่อย เป้าหมายคือเมือง Furano แล้วค่อยๆ นั่งรถไฟกลับมา..กลางๆ เกาะ
อยากจะไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ แต่เวลาเพียงแค่นี้..ก็เท่าที่จะเป็นไปได้ก็แล้วกัน
ที่เคยไปเยือนมาแล้วครั้งที่แล้วๆ มา ก็มี Osaka และ Yokohama ไม่เคยไปทางเหนือเลย
อาจเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
โดยส่วนตัวแล้วกังวลมากๆ กับเรื่องการสื่อสาร มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเท่าหางหมีติดตัวมาเท่านั้นเอง
และคนญี่ปุ่นส่วนมากพูดภาษาปะกิดไม่ได้กัน ป้ายต่างๆ ก็ดูแล้วใจแป้วเพราะเน้นคันจิเสียส่วนใหญ่ แต่ก็เอาวะถือว่าเป็นการผจญภัย
28 กลางคืน เก็บข้าวของยัดใส่เป้ จัดไปจัดมาลองแบกดูแล้วถึงกับเซ ทั้งที่เสื้อผ้าก็ไม่ได้มากมาย
เน้นหนักอุปกรณ์ เช่นกล้องวีดีโอ คอมพิวเตอร์ และแบตเตอรี่ (ขนมาเผื่อทำงาน) คืนนั้นก็ทำการ search ข้อมูลต่างๆ ของเมืองที่จะไป ตารางรถไฟ เจอเวบนี้ http://grace.hyperdia.com/cgi-english/hyperd01.cgi/
ให้ข้อมูลตารางเวลาเป็นภาษาอังกฤษ ขึ้นรถไฟชื่ออะไร ชานชาลาที่เท่าไหร่ ออกกี่โมง ถึงกี่โมง
แค่นี้ก็เพียงพอ เพราะรถไฟที่นี่ตรงเผงสุดขีด
29 เป้าหมายแรกของวันนี้คือตรงไปที่สถานี Tokyo
เพื่อแลกตั่ว Japan Rail Pass และจับรถไฟไปที่ Hachinohe-Hakodate-Sapporo-Takikawa-Furano 4 ต่อ แบบ non-stop แบบว่ากระโดลงมาแล้วต้องกระโดดขึ้นอีกสายนึงต่อเลยว่างั้น หมายมั่นเป็นอย่างดีตามแปลนนี้จะถึง Furano ปลายทางเวลา 20:06 เป๊งงง
ที่เกือบๆ จะไม่เป๊ะตามแผน เพราะดันนั่งหลับจนพนักงานต้องมาเคาะกระจกปลุก (อายย..)
ตื่นขึ้นมาไม่มีใครอยู่แล้ว ลงกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...รีบเผ่นไปขึ้นรถไฟรอบต่อไปแทบไม่ทัน
รวมเวลาเดินทางแบบ นอนสต๊อปปุ วันนี้ ก็ 13 ชั่วโมง (ตูดชาไปหมด..)
ทิวทัศน์สองข้างทาง สวยงาม เพลิดเพลิน ดูบ้างหลับบ้างกินข้าวบ้าง
และแล้วก็ถึง Furano ตามเป้าหมาย 20:06 จริงๆ ด้วย
ที่ที่จะไปพักชื่อ Chiba-so เป็น Minshuku ราคาย่อมเยาว์เหมาะกับเราจริงๆ เจ้าชองขับรถมารับถึงสถานี ถึงที่พักลงทะเบียน นั่งคุยนั่งวางแผนกันว่าจะไปไหนดีพรุ่งนี้
ว่าจะไป Onsen แก้ผ้าแช่น้ำร้อน และชมทิวทัศน์แถบนี้ เวลานัดหมายคือ 9 โมง
ปั่นจักรยานออกไปซื้อของกินที่ 7/11 และวันนี้ขอกรึ่มๆ นิดนึงกับ Ume-shu (เหล้าบ้วย) ก็แล้วกัน..หลังจากนั้นก็อาบน้ำนอน เหนื่อยและเมื่อยสุดขีด
|
| |
 |
 |
food and
|
H2O drink |
|
|
 |
ข้างทาง |
สถานีเหงาๆ |
| |
...ข้างทาง... |
สถานีต่อไป... |
 |
 |
หิวระหว่างทาง |
|
 |
 |
local train สู่ Furano |
Furano Station |
|
| |
30 9 โมงเช้า
ลงมาและนัั่งรถไปกับคุณเจ้าของ (มีหมาขาวตัวเล็ก ของเพื่อนเจ้าของร่วมทางไปด้วย) ที่แรกที่จะไปคือฟาร์มดอกลาเวนเดอร์ และขับรถชมวิวไปเรื่อยๆ
แต่วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ครึ้มๆ ฝนตก มองเห็นยอดเขาได้อย่างลางๆเลือนๆ ทุ่งดอกไม้ส่วนใหญ่กำลังไถพรวน แต่บรรยากาศเมืองในหุบเขาก็น่ารื่นรมย์ไม่น้อยสำหรับเรา อากาศก็เย็นสบายดี
ชมวิวไปเรื่อยๆ คุณเจ้าของก็พาไปชม Photo Gallery ที่เมืองใกล้ๆ กัน คือ Biei อ่านว่า บีเอ
ภาพถ่ายสวยงามน่าประทับใจ เป็นทิวทัศน์ของแถวนี้ล้วนๆ บางภาพมีหมาจิ้งจอกโผล่มานั่งในแปลงผัก ได้ความว่าหมาจิ้งจอกก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ แต่สามสี่ครั้งต่อเดือนจะโผล่มาให้เห็นตัว
เสร็จจากชมภาพถ่าย เจ้าของก็พาชมวิวต่อ แวะถ่ายรูปตามข้างทางไปเรื่อยๆ Location ที่นี่ใช้ถ่ายโฆษณาและถ่ายหนังหลายต่อหลายเรื่อง
เมือง Furano เป็นเมืองที่ถือว่าใหม่อายุประมาณร้อยกว่าปีได้ และโด่งดังในเรื่องของการมาเล่นสกีในหน้าหนาว ตอนหน้าหนาวหิมะจะปกคลุมขาวโพลนไปหมดและอุณหภูมิจะอยูที่ประมาณ -30 องศา ช่วงฤดูใบไม้ผลิและหน้าร้อนเค้าว่าที่นี่ก็เหมาะที่จะมาเที่ยวมากเหมือนกัน ดอกไม้จะบานสะพรั่ง สีสันสดใสตัดกันไปมาบนเส้นโค้งของทิวเขา มีบอลลูนให้ลองขึ้นไปชมวิวด้วย ตอนกลางคืนก็มีดาวให้ดู
แหม้..แสนจะโรแมนติค กระเหรี่ยงที่พลัดหลงมาในเมืองหุบเขาอย่างเรา ก็ได้แต่หวังว่าถ้ามีโอกาสได้กลับมาที่นี่ตอนหน้าหนาวและหน้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน้านี้ก็คงจะดี
ในส่วนพื้นที่เกษตรกรรมก็มีมากมาย ไว้ปลูกข้าว มอลท์ หัวหอม เมล่อน (ซึ่งแพงมากๆ ของที่นี่ตกลูกละ 400-500 บาท) และอื่นๆ เห็นวิวแล้วนึกถึงเกม Harvest Moon ขึ้นมา..อารมณ์คล้ายๆ กัน ส่วนตัวเราก็เล่นเสียจนติดงอมแงม ขุดดิน ปลูกผัก ตกปลา เล่นจนแต่งงานมีลูกนั่นเลย..เกมนี้น่ารักดี ลองไปหามาเล่นดูสิ ถ้าชอบเกม RPG นะ
หลังจากชมวิวจนเริ่มหิว เลยแวะกินโซบะกัน แล้วเดินทางต่อไปออนเซ็น
บนเขา รอบๆ ออนเซ็นยังมีหิมะเกาะอยู่บ้าง ได้บรรยากาศดี แช่น้ำร้อนเสียหนึ่งชั่วโมง ลงมันทุกบ่อ ตามบ่อจะมีป้ายกำกับสรรพคุณ แต่อ่านไม่ออกเลย วันนี้เพื่อนร่วมอาบน้ำส่วนใหญ่เป็นคุณป้า คุณยาย เค้าว่ากันว่าแก่แล้วหนังจะหนาทนความร้อนได้ดี ท่าจะจริงแฮะ บางบ่อร้อนจนน่าเครียด
แต่ป้าและยายก็ดูสบายตัวกันดี เสร็จจากอาบน้ำ เราว่าจะนั่งรถไฟเที่ยวเสียหน่อย แต่เจ้าของบอกว่าวันนี้ฝนตกมองไม่ค่อยเห็นอะไรหรอก เราก็เลยเปลี่ยนใจ อืมม..ระหว่างทางก็นั่งสนทนาไปด้วย
คุณเจ้าของชอบกีฬาปีนเขาเอามากๆ เคยไปปีนภูเขาฟูจิมาตั้งสองครั้ง หิมาลัยก็สนแต่ Budget ดูจะแพงไปหน่อย เค้าว่างั้น คุณเจ้าของบอกว่าเราเป็นแขกคนไทยคนแรกของที่นี่...อือม
โชคดีมากๆ ที่คุณเจ้าของสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ สื่อสารกันเข้าใจ..โชคดีไป
บ่ายสามโมงกว่าๆ แล้วฝนยังตกพรำๆ รู้มาว่าที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ Anpanman และร้านค้าด้วย (ตัวฮีโร่หัวขนมปังกลมๆ แก้มแดงๆไง) ไหนๆ ก็แวะไปดูซักหน่อย ไม่รู้จะไปที่ไหนนี่นะ
ทำไมหนอ..museum ของ Anpanman ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ สอบถามได้ความว่า Location ในเรื่องนี้มันอยู่แถวๆ นี้นี่เอง ส่วนของ Gallery มีรูปภาพน่ารักมากมาย..และวันนี้ก็จบที่นี่เพราะเย็นมากแล้ว
กลับที่พักพร้อมนั่งเช็คตารางรถไฟสำหรับวันพรุ่งนี้ ว่าจะเดินทางไป Matsushima (เจ้าของแนะนำว่ามีเวลาแค่ 7 วัน น่าจะเที่ยวอยู่ที่ฮอกไกโดนี่แหละ) แต่ติดตรงที่ถ้าจะเที่ยวแถวนี้ก็น่าจะเช่ารถ ขับชมวิวหรือไปไหนมาไหน แต่เราไม่ได้ทำใบขับขี่แบบอินเตอร์มานี่สิ..ปัญหา จะเดินเท้าหรือปั่นจักรยานก็คงจะเหนื่อยเกินกำลัง เอาวะ..ลงไปดูข้างล่างบ้างดีกว่า
วันนี้เป็นมื้อสุดท้ายที่ Furano ไปกินมื้อค่ำที่ร้านอาหารดีกว่า เช็คดูร้านที่น่าอร่อยและไม่ไกลเกินกำลังขาในการถีบจักรยาน ปั่นไปถึงร้านที่ว่าดันปิด และฝนก็เริ่มลงเม็ดหนามือนึงต้องถือร่มมือนึงบังคับจักรยาน อันตราย ฝนตก ถนนลื่น ทางลาด และมืด เลยเอาจักรยานไปเก็บและเดินต๊อกๆ
ไปหาร้านกินข้าว บังเอิญเจอร้านนึงบรรยากาศน่ารัก เลยแวะที่นี่เลยแล้วกัน มีแต่อาหารฝรั่ง
เมนูแนะนำเป็นไส้กรอก Home Made แสนอร่อย และตามด้วยสปาเก๊ตตี้เบคอนครีมชีส
อิ่มหนำสำราญ เปิดเพลงเพราะเสียด้วย จริงๆ แล้วที่นี่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะมาไม่ได้ขาด
ตามร้านรวงต่างๆ จึงมีป้ายภาษาอังกฤษไว้ประชาสัมพันธ์ให้โล่งใจอยู่บ้าง
กินเสร็จแล้ว เดินไปซื้อเสบียงตุนไว้กินตอนเช้าและระหว่างทางพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้นั่งรถไฟอีกทั้งวันเช่นกัน
ดื่มเบียร์ ดูทีวี เก็บข้าวของ..และหลับไปด้วยความสุข |
| |
|
| |
31.06.09 ออกเดินทางไป Matsushima
วันนี้ต้องตื่นเช้าตรู่เพื่อไปให้ทันรถไฟเที่ยวแรกจาก Furano ตื่นลงมาจ่ายเงินค่าที่พัก
และชักภาพเป็นที่ระลึกกับเจ้าของ และเจ้าของขับรถพามาส่งที่สถานีรถไฟ
On the way to Hachinohe :)
วิวสองข้างทางสวยงาม ข้างซ้ายทะเล ข้างขวาเป็นภูเขา มีหมู่บ้านในหุบเขาดูสงบสุข
เราเองย่างเข้าครึ่งอายุขัยแล้ว ฝันอยากมีบ้านเล็กๆ ริมทะเลและด้านหลังเป็นภูเขา
นึกเล่นๆ ว่าอยากมาใช้ชีวิตที่นี่ มีบ้านเล็กๆ เงียบๆ สงบๆ แล้วก็ทำเพลงเขียนเพลงไป อากาศก็ดี
เคยคิดว่าชีวิตนึงต้องการอะไรบ้าง อาณาจักรเล็กๆ นั่งรถไฟเดินทาง ที่ไหนซักที่ที่จะเป็นบ้านของเรา
วันที่อากาศดีๆ แบบนี้มองไปทางไหนก็สวยไปหมด เดินทางคุยกับตัวเอง ได้คิดทบทวนอะไรมากมาย
เมื่อไหร่ที่การเดินทางสิ้นสุดลง ที่นั่นก็คือบ้าน
Bear-garden
continue chapter 2 soon >>>>> |
| |
| |
| Story by Blue Bear Traveler |
Picture by Bear-garden |
|
Copyright 2005 Bear-garden@
Ich bin ein Bär Production
32/2 Aree soi 2, Phahonyothin,
Samsen-nai, Phayathai, Bangkok 10400
TEL : 661 8214218 FAX : 662 3763939 Contact : bear-garden@wearepanda.com |
|